การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกัมพูชากับความสัมพันธ์ของนานชาติ

กัมพูชา เป็นประเทศที่มีความขัดแย้งมากมายในอดีต เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จนทำให้สหประชาชาติเริ่มเคลื่อนไหว และจัดตั้งองค์กรบริหารชั่วคราวแห่งสหประชาชาติในกัมพูชาขึ้นมา ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2535 และสิ้นสุดลงในปี 2536 เพื่อจัดการเลือกตั้งภายในประเทศกัมพูชา

ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้งบประมาณถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ รวมเจ้าหน้าที่กว่า 2 หมื่นคน แบ่งเป็นทหารจำนวน 15,900 นาย ตำรวจ 3,600 คน เจ้าหน้าที่และอาสาอีก 2,450 คน จนต่อมากัมพูชาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ

ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา ล้วนเป็นสองมหาอำนาจ ที่หาทางขยายอำนาจแพร่ขยายมาทางเอเชียตอนใต้ และประเทศที่เข้าตาที่สุดก็หนีไม่พ้นกัมพูชา ซึ่งต้องถูกบีบให้ต้องตัดสินใจเลือกข้างใด ข้างหนึ่งของสองมหาอำนาจนี้ และมันเป็นการยากมาก ที่จะรักษาสมดุลความสัมพันธ์ ระหว่างสองประเทศนี้ เพราะกัมพูชาจะต้องทำให้อีกฝ่ายพอใจ โดยที่ไม่ไปกระทบต่อความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย

แต่ในที่สุดแล้วกัมพูชาจะได้รับผลประโยชน์ในที่สุด จากการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจที่จีน และ อเมริกา ได้มาลงทุนกันในประเทศ ในระหว่างที่เกิดการเลือกตั้งในปี 2013 จากพรรคการเมืองที่ยื่นข้อเสนอในการขอรับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา แต่ถูกตอบปฏิเสธกลับมา ทำให้ประเทศจีนเล็งมองเห็นโอกาสทองในครั้งนี้ และเข้ามาให้การสนับสนุน จนพรรคประชาชนกัมพูชาได้ชนะการเลือกตั้ง โดยมีหัวหน้าพรรคคือ ฮุน เซน

การได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ได้รับมาจากการสนับสนุนของประเทศจีน ทำให้นาย หวัง ยี่ รัฐมนตรีการต่างประเทศของจีน เดินทางเยือนกัมพูชา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และความเข้าใจกันของกัมพูชาต่อประเทศจีน จนในปัจจุบันนี้ จีนถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญอย่างยิ่งกับกัมพูชา จนอเมริกาไม่อาจเทียบได้

ถ้าหากกัมพูชาสามารถรักษาสองฝั่งนี้ได้ ก็จะทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมั่นคง แต่กัมพูชา ยังคงเป็นประเทศที่มีความยากจนที่สุดในเขตเอเชีย พวกเขายังต้องพึ่งพามหาอำนาจทั้งสอง       ในการดำรงอยู่ ทางด้านอเมริกาต้องการให้กัมพูชาเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยเต็มตัว เสนอการบริหารปกครองที่ดี และการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ส่วนทางจีน ให้ความสำคัญในด้านการอุตสาหกรรม ถนน สะพาน ทางรถไฟ เขื่อน และโรงงานอุสาหกรรมต่าง ๆ

ความสัมพันธ์ของกัมพูชา กับ สหรัฐอเมริกา

บทบาทของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศกัมพูชา ในด้านการสนับสนุนการต่อต้านก่อการร้าย และสนับสนุนเรื่องสิทธิมนุษยชน การประคองเศรษฐกิจให้มั่นคง กำจัดการคอรัปชั่นให้หมดไป โดยในปี 2012 ถือเป็นนาทีประวัติศาสตร์ที่ บารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางไปเยือนยังเมืองหลวงกัมพูชา กรุงพนมเปญ เป็นครั้งแรกของสหรัฐเอมริกา และสิ่งที่พวกเขาต้องการคือการตามล่ารายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของชาวอเมริกันในช่วงของสงครามอินโดจีน และสนับสนุนให้ทางกัมพูชา เข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย