การพัฒนาของกัมพูชาเพื่อตอบรับประชาคมอาเซียน

กัมพูชา เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเหมาะสำหรับการทำเกษตรกรรม และประชาชนยึดอาชีพเป็นเกษตรกรมานานหลายร้อยปี เพื่อส่งออกสินค้าการเกษตร พวกเขาทำการค้าขายบนมหาสมุทรอินเดีย และส่งข้าวออกเป็นสินค้าหลักจนในช่วงหลังมีการก่อสร้างระบบชลประทานขึ้นมา ทำให้การเกษตรเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกนายทุนชาวฝรั่งเศษกวาดซื้อไปหลายส่วน ต่อมาเริ่มมีการทำสวนยางพารา ปลูกไร่ข้าวโพด การก่อสร้างเพื่อพัฒนาประเทศ อย่าง ถนน และทางรถไฟ ก่อสร้างกันตามมาติด ๆ ในเวลาต่อมา

ในด้านการพัฒนาของประเทศกัมพูชา ได้มีหลายประเทศมากมายให้การช่วยเหลือในการฟื้นฟูประเทศจาก ผลของภาวะสงครามเวียดนาม ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ โดยเฉพาะด้านการเกษตรกรรม หลังจากการโค่นล้มเขมรแดงลงได้ ทางรัฐบาลได้จัดแผนการ 5 ปี ฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ โดยเน้นไปที่การพัฒนาในด้านการเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม โดยมีสโลนแกนว่า “เร่งการส่งออก ใช้จ่ายอย่างประหยัด” โดยในปัจจุบันกัมพูชาเป็นประเทศที่มีพื้นที่การเกษตรกรรมขนาดใหญ่ แต่ในเรื่องของโรงงาน และ อุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา

เศรษฐกิจในปัจจุบัน

ค่า GDP ในส่วนของการอุตสาหกรรมของกัมพูชาคิดเป็น 5% จากค่า GDP ทั้งหมดในปี 1985 และตกมาเป็น 19% ในปี 1969 โดยส่วนใหญ่ จะเน้นการผลิตสินค้าการเกษตร อย่างเช่น ข้าว ปลา ไม้ และ ยางพารา โดยแต่ละโรงงานมีจำนวนพนักงานประมาณ 200 คน ต่อโรงงาน และโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตส่วนใหญ่นั้น มุ่งเน้นในการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค อย่าง เครื่องดื่ม บุหรี่ และอาหาร ส่วนของใช้ เช่น สบู่ กระดาษ และเครื่องครัว

โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศกว่า 18 บริษัททั่วประเทศ แบ่งออกเป็นบริษัทเอกชน 13 แห่ง และบริษัทรัฐ 5 แห่ง รวมถึงธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง 33,000 แห่ง โดยในช่วงปี 1969 โรงงานส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว และที่เหลือเป็นแหล่งบรรจุข้าว และสินค้าจากข้าวอื่น ๆ

จนถึงช่วงปี 1985 ทางรัฐบาลทำการฟื้นฟู และปรับปรุงโรงงานใหม่ 56 สถานที่ภายในเมืองหลวง แต่มีการขาดแขลนทั้งคนงานที่มีทักษะ และทรัพยากรที่จำกัด รวมไปถึงไฟฟ้าภายในประเทศที่ไม่เพียงพอ ทำให้การผลิตของประเทศ เป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะวัสดุส่วนใหญ่นำมาจากพื้นที่ภายในภูมิประเทศของตน

นโยบายด้านเศรษฐกิจที่โดดเด่น

นโยบายการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจของกัมพูชา แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ การทำเกษตรกรรม การฟื้นฟูประเทศ และพัฒนา ซึ่งขึ้นอยู่กับการร่วมมือกันของการเกษตรกรรม การประมง การป่าไม้ และงานช่าง โดยมีบริษัทเอกชนที่ร่วมกันทำงานกับบริษัทรัฐ จนเกิดเป็นระบบผสม ที่ประชาชนสามารถซื้อขายสินค้าได้อย่างถูกต้อง และคนงานได้รับการรับประกันเงินเดือนจากฎหมาย

แน่นอนว่ายังมีนโยบายต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นในแต่ละปีที่เรายังไม่ได้พูดถึง โดยรวมแล้ว กัมพูชานับว่าได้พัฒนามาไกลมากจากอดีตสู่ปัจจุบัน จนสามารถไล่ตามประเทศของเราได้ติด ๆ เชื่อว่าในไม่ช้า ประเทศกัมพูชาจะสามารถขึ้นมาเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียนได้อย่างแน่นอน